Medium Format Digital Camera กับ งานแต่งงาน
Thursday, January 15, 2015
By Amornphotography
Pin It

สวัสดีครับนี่เป็น "โพสแรก" ของผมในการเริ่มเขียน Blog ขอเริ่มต้นด้วย

"Medium Format Digital Camera กับ งานแต่งงาน" กล้องที่ผมใช้คือ "Hasselblad H2" (ตัวกล้อง) บวกกับ "Phase one P30+" (Digital Back) ส่วนเลนส์ก็ "Hasselblad HC 80 F 2.8"

"Medium Format Digital Camera" หรือ "กล้องดิจิตอลขนาดกลาง" จะมีความแตกต่างจากกล้อง 35mm หรือเราเรียกกันว่า กล้อง Full Frame เช่น Canon 5d Mark III, Nikon D810  ก็คือขนาดเซนเซอร์รับภาพที่ใหญ่กว่าประมาณ 1.7 เท่า

แต่ด้วยราคาที่แตกต่างกันมากทำให้เราไม่ค่อยเห็น "ช่างภาพแต่งงาน" ใช้กันสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็จะใช้ใน "งานโฆษณา" เท่านั้น จากการใช้งานจริงในงานแต่งงานกับกล้องตัวนี้ ผมจะสรุปข้อดีและข้อเสียให้ดูนะครับ

 

มาเริ่มกันที่ "ข้อดี" กันก่อน

 

1.ขนาดเซนเซอร์ที่ใหญ่กว่า ทำให้ภาพที่ได้มี "ระยะชัดตื้น" หรือ "Depth of Field" ที่นุ่มนวลกว่า มีมิติภาพที่สวยงามกว่า "กล้อง35mm"

 

2.คุณภาพสีที่ดีกว่า เนื่องจาก "Medium Format Digital Camera" มีค่าความละเอียดสีอยู่ที่ "16 Bit Color Difinition" ซึ่งสูงกว่ากล้องทั่วไปมาก จะเห็นความต่างเมื่อพิมพ์ภาพขนาดใหญ่

 

 

3.สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าที่รู้เรื่องเกี่ยวกับกล้อง ผมเคยไปถ่ายงานแต่งที่โรงแรมด้วยกล้องตัวนี้ มันกลายเป็นจุดสนใจของเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าบ่าวเป็นอย่างมาก พูดกันทั้งงาน แต่ผมว่ามันทำให้พวกเขาคาดหวังสูงไปด้วย(ไม่รู้จะเป็นข้อดีหรือข้อเสีย555+)

 

 

4."Flash Sync Speed" ที่ 1/800 เพราะมันเป็น "Leaf Shutter" ทำให้ผมควบคุมแสงธรรมชาติให้เข้ากับแฟรชได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่ง "High Speed Sync" ที่ทำให้Batteryแฟรชหมดเร็วกว่าเดิมมาก

 

 

5. แฟรมภาพเป็น 4:3 เลยไม่จำเป็นต้อง Crop ภาพก่อนพิมพ์ใส่กรอบนะครับเพราะกรอบส่วนใหญ่จะมีสัดส่วนแบบนี้ สำหรับผมถือว่าเป็นข้อดีมากๆ เพราะผมชอบพิมพ์

6. "Dynamic Range" ที่กว้างกว่า ทำให้ได้ภาพที่ดีกว่า(เฉพาะ ISO100นะ)

7. " ช่องมองภาพ(Viewfinder)" ใหญ่ มองได้ชัดเจนและใสมากๆ มันช่วยได้มากในการจัด "Composition"

 

ตามมาด้วย "ข้อเสีย"

 

1. ค่อนข้าง "ช้า" ไม่ว่าจะเป็นโฟกัส, ความต่อเนี่องในการถ่ายภาพต่อเฟรมใช้เวลา 1.3 วินาที เมื่อเทียบกับกล้อง Canon และ Nikon ที่ได้ 10 เฟรมต่อวินาที ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากใน "การถ่ายภาพแต่งงาน"  

2. "ราคา" ที่ไม่ค่อยจะเป็นมิตรสักเท่าไหร่ กว่าจะคุ้มทุน ต้องใช้เวลานานมาก

3. "น้ำหนัก" ถือว่าหนักพอสมควรเมื่อใช้งานติดต่อกันหลายชั่วโมง

4. "Shutter Speed" จำกัดที่ 1/800 เมื่อเทียบกับ Canon และ Nikon ที่ได้ 1/8000

5. "อะไหล่และช่างซ่อม" ถ้ากล้องมีปัญหา ต้องส่งยุโรปอย่างเดียวครับ แต่ส่วนตัวยังไม่เคยเจอปัญหาใดๆมากวนใจ

6. "ขนาดไฟล์" ค่อนข้างใหญ่ผมพูดถึง 40-50MB ต่อภาพนะครับ และอีกอย่าง กล้องถ่ายได้แค่ Raw เท่านั้น

7. "ISO สูงๆ" ทำได้ไม่ดีนัก คือตัวผมจะถ่ายไม่เกิน ISO200 นะครับเพราะถ้าปรับสูงกว่านี้คงเจอ Noise แบบเต็มๆ ซึ่งทำให้ผมต้องใช้งานคู่กับ "ไฟสตูดิโอ" ตลอด

8. "การพกพา" เนื่องจากขนาดที่ใหญ่, หนัก และตัวกล้องไม่กันน้ำไม่กันฝุ่น จึงไม่เหมาะในการพกพาไปถ่ายเล่นๆสักเท่าไหร่

 

"สรุป"

 

กล้อง "Medium Format Digital Camera กับ งานแต่งงาน" 

สำหรับงาน "Pre Wedding" ผมว่าเหมาะเฉพาะงานที่เรามีการวางแผนชัดเจน คือกำหนดมุม, โพสและแสง ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่จะไม่เหมาะเลยสำหรับการถ่ายที่ต้องไปดูหน้างาน เพราะกล้องค่อนข้างมีข้อจัดกัด

ส่วน "งานพิธืแต่งงาน" ผมว่าไม่เหมาะเลยเพราะสภาพแสงที่มีน้อยในงานพิธี ต้องใช้ความรวดเร็วในการถ่ายภาพสูง ต้องถ่ายภาพเยอะๆ ซึ่งกล้องตัวนี้ช้าเกินไป ยกเวันงาน"ถ่ายซุ้มแต่งงาน" ที่มีการจัดไฟเรียบร้อย แต่ก็ไม่น่าใช้อยู่ดีครับ

ส่วนตัวผมใช้ "Canon 6D" กับ เลนส์ "Tamron 24-70 2.8 VC" เป็นหลัก เนื่องจากเร็วกว่า จัดการ Noise ได้ดีกว่ามาก และก็เลนส์ที่มีระบบกันสั่น มันช่วยผมได้มาก ทำให้ได้ภาพในเกือบทุกสถานะการณ์

แต่ถ้าพูดถึงงานพิมพ์ เจ้า "Medium Format Digital Camera" ยังไงก็เหนือกว่ามากอยู่ดี (ในสภาวะแสงที่ดีนะ)

Leave a comment:
1 Comment
Name "Mini-House" - ต้องขอขอบคุณสำหรับข้อมูลนี้ด้วยครับ
เป็นประโยชน์มากครับผม